ผลกระทบโควิด-19  ทำเอาดาราแห่ปิดร้านกันอื้อ

         การระบาดของไวรัส covid-19 สร้างความเดือดร้อนให้กับเจ้าของธุรกิจเป็นอย่างมาก ดาราแห่ปิดร้านกันอื้อ โดยผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิตนั้นแทบจะทุกวงการเลยก็ว่าได้ทั้งนี้ยังรวมไปถึงเหล่าบรรดาหรือแม้แต่ไฮโซทั้งหลาย 

เพราะอย่างดาราก็ได้รับผลกระทบไม่สามารถที่จะถ่ายรายการได้ในขณะที่ดาราบางคนมีการเปิดธุรกิจส่วนตัวของตนเองธุรกิจก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้หลายคนขาดทุนหลายคนหลายได้หายและในที่สุดก็มีบางคนที่เริ่มตัดสินใจที่จะปิดกิจการเขามีสามารถแบบหักต้นทุนเอาไว้ได้อีกต่อไป

        เมื่อวันที่ 14 เดือนมีนาคมปีพศ 2564   นักแสดงสาวชื่อดังอย่างกรีนอัษฎาพรก็เอามาประกาศว่ากิจการที่เธอนั้นเปิดที่เซ็นทรัลลาดพร้าวซึ่งชื่อร้านว่า  Grem  Cafe and Pancake  จำเป็นต้องปิดกิจการยุติการขายรอได้รับผลกระทบหนักมากจากการระบาดของไวรัส

ในครั้งนี้ส่วนหนึ่งนั้นก็เพราะว่าทางรัฐบาลได้มีการห้ามไม่ให้ลูกค้าเข้าไปนั่งกินภายในร้านและที่สำคัญยังได้รับผลกระทบตอนที่ห้างสรรพสินค้าต้องปิดบริการชั่วคราวทำให้ขาดทุนมานานหลายเดือนจนในที่สุดก็ไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาได้จึงได้ตัดสินใจที่จะปิดกิจการร้าน Grem  Cafe and Pancake  ซึ่งอันที่จริงร้านนี้ทางด้านดาราสาวกรีนอัษฎาพรนั้นได้มีการร่วมหุ้นกับแฟนหนุ่มและเพิ่งเปิดกิจการมาได้แค่เพียงปีเดียวเท่านั้นเอง

        อย่างไรก็ตามไม่ใช่เพียงแค่ร้านของดาราสาวกรีนอัษฎาพรเพียงเท่านั้นเพราะตลกชื่อดังอย่างคิงก่อนบ่ายก็ ออกมาประกาศยุติการขายอาหารของเขาเช่นเดียวกันโดยมีการแจ้งลูกค้าของเขาผ่านทาง Instagram ของตัวเองซึ่งมีการระบุว่าเขาได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิช- นอกจากนี้ร้านที่เขาขายนั้นเป็นการขายกุ้งแม่น้ำ

ซึ่งช่วงนี้มีพายุเข้าและเขาก็ได้รับผลกระทบจากปัญหาพายุเข้าเช่นเดียวกันดังนั้นในตอนนี้จึงขอปิดยุติการขายหน้าร้านเป็นการชั่วคราวไปก่อนแต่จะยังคงเปิดให้บริการขายผ่านทางออนไลน์อยู่ซึ่งถ้าหากว่าสถานการณ์ดีขึ้นก็จะมีการกลับมาเปิดให้บริการเหมือนเดิม

           อย่างไรก็ตามไม่ใช่เพียงแค่ 2 ดารานี้เท่านั้นที่ได้รับผลกระทบยังมีดาราอื่นๆอีกมากมายที่มีการเปิดกิจการร้านอาหารและได้รับผลกระทบไม่ว่าจะเป็นเปิ้ล นาครหรือแม้แต่  โหน่ง   ชะชะช่า ซึ่งในขณะนี้ทุกคนนั้นต่างก็พูดออกมาเป็นเสียงเดียวกันว่าจะไม่สามารถแบกรับต้นทุนต่างๆเอาไว้ได้แล้วเพราะขาดทุนมาหลายเดือนแล้วอย่าง  โหน่ง   ชะชะช่า  เอง

ก็ถึงขนาดออกมาบอกว่าเขาอาจจะต้องถูกยึดรถในไม่ช้านี้เพราะในตอนนี้ไม่มีเงินที่จะส่งรถแล้วในขณะที่เปิ้ลนาครนั้นได้มีการถ่ายภาพบรรยากาศภายในร้านอาหารของตนเองให้เห็นว่าในตอนนี้ไม่มีลูกค้านั่งภายในร้านแถม การซื้อกลับไปกินที่บ้านลูกค้าก็ไม่ค่อยจะซื้อ เรียกได้ว่าจับมือพากันเจ๊งกันเพียบเลย

 

สนับสนุนโดย.  ufabet บาคาร่าออนไลน์

สิ่งที่น่ากลัวของ ดอกเบี้ยทบต้น

ผ่านการมานานพอสมควรกับวิกฤตเศรษฐกิจ  ดอกเบี้ยทบต้น  ที่พังลงจากผลกระทบการแพร่ระบาดของไข้โควิด19 ที่ตอนนี้ในปัจจุบันสถานการณ์ทั่วโลกก็ยังคงไม่ดีขึ้นเท่าไหร่ เกือบเป็นเวลาจะหนึ่งปีแล้วที่โลกของเราต้องเผชิญกับภาวะสถานการณ์แบบนี้ ธุรกิจเล็กใหญ่ล้มหายตายจาก และหลายคนต้องเริ่มต้นกับชีวิตกันใหม่

แต่บางคนชีวิตก็ติดลบไปเลยก็มี ซึ่งเป็นกันหมดทั่วโลก ส่วนในประเทศไทยนั้นหากจะว่ากันไปจริงๆแล้ว ก่อนหน้าที่จะเกิดวิกฤตโรคระบาดของไข้โควิด19 นั้น เศรษฐกิจไทยก็ไม่ได้ดีเท่าไหร่อยู่แล้ว แต่เมื่อไข้ระบาดโควิด19 มาทำให้เศรษฐกิจไทยที่อยู่ในขั้นป่วยไม่สบาย มาเปลี่ยนเป็นขั้นโคม่ามากกว่า ถึงแม้ว่าในช่วงแรกๆนั้น รัฐบาลไทย

ดอกเบี้ยทบต้น จะออกมาช่วยเหลือและให้มีมาตรการต่างๆ ในการผ่อนปรนและเยียวยาผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากผลกระทบครั้งนี้ แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าแปลกว่าความช่วยเหลือในครั้งนี้ ไม่ได้รับกันทั้งประเทศ บางคนเจอสถานการณ์หนักแต่ไม่ได้รับการช่วยเหลืออะไรเลย ติดต่อธนาคารก็ไม่ได้รับความช่วยเหลือ เงินจากรัฐบาลไทยก็ไม่ได้รับ

แต่บางคนเป็นมนุษย์เงินเดือน เดือดร้อนน้อยกว่าแต่กลับได้รับ ก็ไม่รู้ว่าเกณฑ์หรือกติกานำอะไรมาวัด ยิ่งหลังตุลาคมนี้ รัฐบาลไทยก็ได้ออกมาเปรยแล้วว่า ต่อไปนี้ให้เจ้าหนี้ที่เป็นธนาคาร คุยกับลูกหนี้ผู้ประกอบการหรือลูกหนี้บุคคลเอง ซึ่งเชื่อว่าคงจะกลายเป็นประเด็นร้อนที่จะต้องมีการตามหนี้สินกับคนทั่วไปเหลือเกิน และยิ่งไปกว่านั้น

คำว่าดอกเบี้ยทบต้น คงกลับมาหลอกหลอนลูกหนี้กันแน่นอน เพราะพลังของดอกเบี้ยทบต้นมันน่ากลัวยิ่งนัก หากใครเป็นนักลงทุนและรู้ว่าพลังทวีของดอกเบี้ยทบต้นในสถานะที่เราเป็นนักลงทุนมันหอมหวานชวนชมแค่ไหน แต่เมื่อใดที่เราเปลี่ยนสถานะกลายเป็นลูกหนี้นั้น คำว่าดอกเบี้ยทบต้นมันก็น่ากลัวยิ่งนัก

เพราะจากหนี้ที่เคยมีอยู่หนึ่งก้อน มันก็จะงอกเงยวิ่งปรู๊ดอย่างรวดเร็ว เพราะดอกเบี้ยมันสูงถึง 18% -25% ต่อปี นั่นคือสิ่งที่ทำร้ายลูกหนี้จนไม่รอดมานับรายหลายแล้ว ซึ่งการเป็นหนี้ไม่ใช่เรื่องผิด แต่อยากให้เป็นทางเลือกสุดท้ายหลังจากที่เราได้ลองทำทุกอย่างแล้ว ไม่ว่าจะลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น ปรับโครงสร้างในการใช้หนี้

และหาทางเพิ่มรายได้ให้กับตัวเอง ทุกสิ่งล้วนต้องทำให้หมดเพื่อทางรอด แต่เมื่อถึงที่สุดแล้วยังไม่ต่อไม่ได้ ก็ปล่อยมันแล้วหาทางเจรจากับเจ้าหนี้เพื่อประนอมหนี้และหาทางออกร่วมกัน เรื่องราวจะได้บานปลายและไม่เลยเถิดไปกันมากกว่านี้ เพราะเชื่อว่าทุกอย่างถ้าหาทางออก มันก็จะมีทางออกไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

 

สนับสนุนโดย.    ufabet บาคาร่าออนไลน์

พิษ Covid อาจทำให้ตำนานอ่างอบนวด  อย่างโพไซดอนอ่างแตก 

           สำหรับใครที่ชื่นชอบการเที่ยวกลางคืนและโดยเฉพาะอย่างยิ่งเพศชายย่อมต้องรู้จักอาบอบนวดชื่อดังของกรุงเทพฯซึ่งเป็นอ่างในตำนานที่มีการเปิดมานานหลายสิบปี  อย่างโพไซดอนอย่างแน่นอน   โดยอาบอบนวดนี้มักจะมีลูกค้าเพศชายหลายช่วงอายุไปใช้บริการและมีการเปิดให้บริการลูกค้าต่อเนื่องมานานเรียกได้ว่าเป็นสถานที่อาบน้ำชื่อดังเลยก็ว่าได้  

    อย่างไรก็ตามอย่างที่เรารู้ดีกันว่าในช่วงเวลานี้สถานการณ์ของประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาการระบาดของไวรัสโควิช- ดังนั้นจึงทำให้มีลูกค้าเป็นจำนวนมากที่เป็นลูกค้าระดับ VIP ของอาบอบนวดโพไซดอนงดการไปใช้บริการที่สถานอาบอบนวดเป็นการชั่วคราว  สาเหตุนั้นก็เพราะว่าลูกค้าระดับ VIP เหล่านี้ต่างก็หวาดกลัวเรื่องของการติดเชื้อไวรัสนั่นเอง

      และจากสถานการณ์ที่มีลูกค้าลดน้อยลงนี้เองทำให้ทางผู้บริหารของอ่างอบนวดโพไซดอนอาจจะต้องมีการพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องของการเปิดให้บริการอาบอบนวดโพไซดอนในช่วงเวลานี้ซึ่งสถานการณ์ที่ไม่ค่อยมีลูกค้าแบบนี้ทางด้านอาบอบนวดเองอาจจะต้องปิดให้บริการและอีกปัจจัยหนึ่งซึ่งส่งผลต่อการพิจารณาการปิดอ่างอบนวดโพไซดอนนั่นก็เพราะว่า  สถานที่ที่มีการเปิดอ่างอบนวดโพไซดอนนั้นเป็นพื้นที่ที่เจ้าของอ่างอบนวดโพไซดอนได้มีการเช่าพื้นที่มาโดยเจ้าของที่แท้จริงของพื้นที่นี้คือ  รฟท. 

      และที่สำคัญในขณะนี้สัญญาการเช่าพื้นที่ระหว่าง โพไซดอน กับ รฟท. กำลังใกล้จะสิ้นสุดลงซึ่งแน่นอนว่าหากมีการต่อสัญญาณกันนั้นทางด้านโพไซดอนจะต้องมีการเสียค่าต่อสัญญาและการเช่าพื้นที่ใหม่อีกครั้งหนึ่งซึ่งราคาค่าต่อสัญญาในแต่ละครั้งนั้นมีมูลค่ามากกว่า 100 ล้านบาทเลยทีเดียวทำให้เจ้าของ โพไซดอน  โดนมองว่าในขณะนี้ยังไม่เหมาะสมในการที่จะต่อสัญญาการเช่าพื้นที่ดังกล่าว  เพราะสถานการณ์ในตอนนี้ไม่ค่อยมีลูกค้ามาใช้บริการที่โพไซดอนอยู่แล้วดัง  และที่สำคัญการต่อสัญญาก็ต้องใช้เงินเป็นจำนวนมากดังนั้นทางด้านผู้บริหารของโพไซดอนอาจจะมีการพิจารณายกเลิกการทำธุรกิจอ่างอาบน้ำนี้  ซึ่งนั่นเท่ากับว่าจะเป็นการปิดตำนานอ่างอาบน้ำโพไซดอนเลยก็ว่าได้

       อะไรก็ตามเรื่องนี้ยังไม่ได้มีการออกมายืนยันแน่ชัดว่าสรุปแล้วทางผู้บริหารของโพไซดอนจะยังคงต่อสัญญาเช่ากับทาง  รฟท. หรือไม่  จะมีการคืนพื้นที่ยกเลิกการเช่าพื้นที่แล้วให้ทาง  รฟท. นำพื้นที่ดังกล่าวไปทำอย่างอื่น ซึ่งมีข่าวจากวงในว่าหากไม่มีการต่อพื้นที่จริงๆทางด้าน รฟท. อาจจะนำพื้นที่ของโพไซดอนนั้นมาทำเป็นโรงแรมระดับ 3 ดาวนั่นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    ufabet บาคาร่าออนไลน์