ปัจจุบันร้านสะดวกซื้อได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนไทย ไม่ว่าจะซื้ออาหาร เครื่องดื่ม หรือของใช้ในชีวิตประจำวัน การแข่งขันในตลาดนี้จึงดุเดือดขึ้นเรื่อย ๆ เพราะมีมูลค่าสูงถึง 4.4 ล้านล้านบาท
แน่นอนว่าแบรนด์ใหญ่ต่างงัดกลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อช่วงชิงส่วนแบ่ง โดยเฉพาะ CJ Express และ 7-Eleven ที่กำลังต่อสู้กันอย่างเข้มข้น
7-Eleven คือผู้นำตลาดที่ครองใจคนไทยมานานหลายสิบปี ด้วยจำนวนสาขากว่า 14,000 แห่งทั่วประเทศ
และยังคงขยายตัวต่อเนื่อง ในขณะที่ CJ Express แม้จะเปิดตัวในตลาดหลัง 7-Eleven แต่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วด้วยแนวทางที่แตกต่างอย่างชัดเจนและตั้งเป้าที่จะไล่บี้เบอร์ 1 ให้ได้
CJ กับ 7-Eleven แข่งเดือด ภาพรวมและจุดเด่นของ CJ Express
CJ Express เริ่มก่อตั้งในปี 2005 โดยกลุ่มธุรกิจที่มุ่งเน้นเจาะตลาดในต่างจังหวัดและชุมชน ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ทำให้สามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็ว CJ ไม่ได้วางตัวเป็นเพียงร้านสะดวกซื้อ
แต่ผสมผสานระหว่าง ร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ต เข้าไว้ด้วยกัน ทำให้มีสินค้าที่หลากหลายและราคาถูกกว่าคู่แข่งในบางหมวดหมู่
สินค้าใน CJ เน้นราคาประหยัดและมีการจัดโปรโมชั่นลดราคาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคและของใช้ในครัวเรือน เช่น น้ำมันพืช ข้าวสาร น้ำตาลทราย และสินค้าอาหารสด
ซึ่งเป็นสินค้าที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในต่างจังหวัด นอกจากนี้ CJ ยังมีหมวดสินค้าท้องถิ่นที่ช่วยดึงดูดลูกค้าในแต่ละพื้นที่อีกด้วย
ปัจจุบัน CJ Express มีสาขากว่า 1,000 แห่ง และตั้งเป้าขยายให้ครบ 2,000 สาขาในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ด้วยกลยุทธ์การขยายสาขาในทำเลที่ 7-Eleven ยังไม่สามารถเข้าถึง
จุดแข็งของ 7-Eleven
ในฐานะร้านสะดวกซื้ออันดับหนึ่งในไทย 7-Eleven มีจุดแข็งหลายด้าน โดยเฉพาะ ทำเลที่ตั้ง ซึ่งมักอยู่ในย่านชุมชน หน้าหมู่บ้าน สถานศึกษา และสถานีบริการน้ำมัน ทำให้เข้าถึงลูกค้าได้ง่าย 7-Eleven
ยังโดดเด่นด้วยสินค้าพร้อมรับประทาน เช่น ข้าวกล่อง เบเกอรี่ และเครื่องดื่มหลากหลายชนิด ซึ่งตอบโจทย์คนเมืองที่ต้องการความสะดวกสบาย
นอกจากนี้ เครื่องช่วยฟังฟรี แอปพลิเคชัน 7-Eleven และบริการสะสมแต้ม All Member ยังเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ช่วยเพิ่มยอดขายและรักษาฐานลูกค้าให้เหนียวแน่นยิ่งขึ้น
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา 7-Eleven ยังมุ่งเน้นการพัฒนาระบบดิจิทัลและบริการส่งสินค้าแบบเดลิเวอรี เพื่อรองรับพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่

กลยุทธ์แตกต่าง ทำกำไรแบบคนละแนวทาง
แม้ CJ และ 7-Eleven จะอยู่ในธุรกิจเดียวกัน แต่กลยุทธ์ในการสร้างกำไรกลับแตกต่างกันอย่างชัดเจน
– CJ Express เน้นราคาประหยัด ขยายสาขาในชุมชนและต่างจังหวัด พร้อมเพิ่มหมวดสินค้าอุปโภคบริโภคที่หลากหลาย
– 7-Eleven มุ่งเน้นความสะดวกครบครัน ขยายตัวในเมืองใหญ่และย่านชุมชน โดยมีสินค้าเฉพาะกลุ่ม เช่น ขนม เครื่องดื่ม และอาหารพร้อมรับประทาน
การแข่งขันระหว่าง CJ และ 7-Eleven ยังคงร้อนแรง โดยทั้งสองแบรนด์ต่างปรับกลยุทธ์อย่างต่อเนื่องเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาด CJ อาจยังห่างไกลจากการโค่นแชมป์อย่าง 7-Eleven
แต่ด้วยอัตราการเติบโตที่รวดเร็วและการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าในต่างจังหวัดได้มากขึ้น ทำให้ CJ Express เป็นคู่แข่งที่ 7-Eleven ประมาทไม่ได้
อนาคตของตลาดร้านสะดวกซื้อในไทยจึงยังมีความน่าสนใจอย่างมาก เพราะการแข่งขันนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค แต่ยังทำให้ทั้งสองแบรนด์ต้องพัฒนาและปรับตัวอยู่เสมอเพื่อก้าวให้ทันความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว