ตำนาน โสนน้อยเรือนงาม

ตำนาน “โสนน้อยเรือนงาม” เป็นหนึ่งในนิทานพื้นบ้านที่มีชื่อเสียงของไทย

โดยเฉพาะทางภาคอิสาน  โดยเรื่องราวนี้มีเนื้อหาที่สะท้อนถึงความฉลาด ความกล้าหาญ ความสามารถ ความอดทน ความมีเมตตา และความซื่อสัตย์ของหญิงสาวซึ่งเป็นแบบอย่างที่ดีในสังคมโบราณ  เป็นคุณสมบัติที่ได้รับการยกย่องในวัฒนธรรมไทยโบราณ 

 

เรื่องราวเริ่มต้นที่อาณาจักรแห่งหนึ่ง ซึ่งมีพระราชาและพระราชินีที่ยังไม่มีบุตร จึงไปทำพิธีบวงสรวงขอพรจากเทพเจ้าเพื่อให้มีพระธิดา

เมื่อถึงเวลาพระราชินีได้ให้กำเนิดพระธิดาผู้เลอโฉม มีความงดงามและสติปัญญาดี ตั้งพระนามว่า “โสนน้อย” หลังจากที่นางเจริญวัยขึ้น นางก็ได้รับการศึกษาตามสมควรแก่ฐานะและเป็นที่รักใคร่ของผู้คนในราชสำนัก

 

อยู่มาวันหนึ่ง พระราชาต้องการหาสามีให้โสนน้อย จึงประกาศให้มีการทดสอบผู้ชายทั่วราชอาณาจักร โดยผู้ที่สามารถสร้าง “เรือนงาม” ให้กับโสนน้อยได้จะได้รับเลือกให้เป็นคู่ครอง

ซึ่งการสร้างเรือนนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องทำตามเงื่อนไขที่โสนน้อยกำหนดไว้ ซึ่งเงื่อนไขนั้นก็ถูกบอกกล่าวโดยพระราชาที่ต้องการจะคัดเลือกผู้ที่เหมาะสมจริงๆ

 

มีชายหนุ่มจำนวนมากที่พยายามเข้ามาท้าทายการสร้างเรือนงาม แต่ก็ไม่สามารถทำได้ตามเงื่อนไขที่โสนน้อยกำหนดไว้

จนกระทั่งมีเจ้าชายจากต่างเมืองผู้มีความฉลาดและกล้าหาญได้มาทดสอบ เขาสามารถสร้างเรือนงามให้โสนน้อยได้สำเร็จ โดยใช้ทั้งความรู้และสติปัญญาในการวางแผนการก่อสร้างอย่างละเอียดลออ เมื่อการทดสอบเสร็จสิ้นลง เจ้าชายผู้นั้นก็ได้รับเลือกให้เป็นคู่ครองของโสนน้อย

 

อย่างไรก็ตาม เรื่องราวยังไม่จบเพียงเท่านี้ หลังจากโสนน้อยได้เข้าพิธีอภิเษกสมรสแล้ว มีนางอิจฉาที่พยายามขัดขวางและทำร้ายโสนน้อย นางอิจฉาพยายามวางแผน

เพื่อแย่งชิงตำแหน่งของโสนน้อย โดยวางยาพิษและหาวิธีการต่างๆ เพื่อให้โสนน้อยต้องเสียชีวิต แต่ด้วยความฉลาดและไหวพริบ โสนน้อยสามารถหลบหนีและเอาชีวิตรอดจากอันตรายได้ทุกครั้ง

 

ในตอนจบของเรื่อง โสนน้อยได้กลับมาครองรักกับเจ้าชายอีกครั้งและลงโทษนางอิจฉา เรื่องราวของโสนน้อยเรือนงามจึงจบลงอย่างมีความสุข

โดยเนื้อเรื่องนี้เป็นการสอนให้เห็นถึงคุณธรรมของความซื่อสัตย์ ความมีไหวพริบ และการอดทนต่ออุปสรรคในชีวิต

สำหรับเรื่องราวของ  “โสนน้อยเรือนงาม” ไม่เพียงแต่เป็นนิทานที่ให้ความบันเทิง แต่ยังเป็นบทเรียนสำหรับคนรุ่นหลัง

โดยเฉพาะเรื่องความอดทนต่ออุปสรรคและความสำคัญของความฉลาดในการแก้ปัญหา นอกจากนี้ ยังสะท้อนถึงความเชื่อในสังคมไทยเกี่ยวกับผลกรรมของการกระทำ ทั้งในเรื่องความดีและความชั่ว นิทานเรื่องนี้ยังคงเป็นที่นิยมและถ่ายทอดต่อเนื่องในหมู่คนไทยรุ่นหลัง

 

สนับสนุนโดย      ถ่านเครื่องช่วยฟัง