โรคกลัวความแก่ หรือที่เรียกว่า “เจอราโฟเบีย” (Gerascophobia)
เป็นอาการทางจิตที่ผู้ป่วยมีความกลัวเกินเหตุและไม่สมเหตุสมผลต่อการแก่ชรา เป็นความวิตกกังวลอย่างหนักเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติเมื่อร่างกายเริ่มเข้าสู่วัยชรา โรคนี้ไม่ได้เป็นเพียงความกังวลเล็กน้อยที่เกี่ยวข้องกับการแก่ แต่เป็นความกลัวที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของผู้ป่วย
บางครั้งอาจมีความสัมพันธ์กับโรควิตกกังวลทั่วไป (Generalized Anxiety Disorder) หรือโรคย้ำคิดย้ำทำ (Obsessive-Compulsive Disorder)
ผู้ที่มีอาการเจอราโฟเบียมักจะกังวลเรื่องความเสื่อมโทรมของร่างกาย เช่น ริ้วรอย ผมหงอก โรคประจำตัว หรือการเสื่อมสภาพของสมรรถภาพทางกายและจิตใจ
พวกเขามักกลัวว่าจะไม่สามารถดูแลตัวเองได้หรือเป็นภาระให้กับคนรอบข้าง ความกลัวนี้อาจทำให้ผู้ป่วยพยายามหลีกเลี่ยงสัญญาณของการแก่ เช่น การไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจสุขภาพหรือการพูดคุยเกี่ยวกับอนาคต
สาเหตุของโรคกลัวความแก่อาจมาจากหลายปัจจัย เช่น ปัจจัยทางพันธุกรรม ประสบการณ์ในวัยเด็กที่เกี่ยวข้องกับการเห็นคนใกล้ตัวแก่ชราหรือเสียชีวิต
หรือสภาพแวดล้อมที่ให้ความสำคัญกับความเยาว์วัยและความสวยงามมากเกินไป นอกจากนี้ สื่อสังคมและวัฒนธรรมในปัจจุบันยังมีบทบาทในการส่งเสริมความคิดว่าความเยาว์วัยเป็นสิ่งที่มีค่า ทำให้บางคนมีความกลัวต่อความเสื่อมโทรมของร่างกาย
อาการของโรคกลัวความแก่อาจปรากฏในหลายรูปแบบ บางคนอาจเริ่มหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุ เช่น การอยู่ใกล้กับผู้สูงอายุ หรือการพูดคุยเกี่ยวกับการเกษียณ
บางคนอาจเข้ารับการทำศัลยกรรมพลาสติกหรือหาวิธีรักษาความงามเพื่อรักษาภาพลักษณ์ที่ดูอ่อนเยาว์
การรักษาโรคเจอราโฟเบียมักมุ่งเน้นไปที่การทำจิตบำบัด เช่น การบำบัดด้วยการรับรู้และพฤติกรรม (Cognitive Behavioral Therapy: CBT) ซึ่งช่วยให้ผู้ป่วยเรียนรู้วิธีจัดการกับความคิดและความกลัวเกี่ยวกับการแก่
นอกจากนี้ การใช้เทคนิคการผ่อนคลาย เช่น การฝึกหายใจหรือการทำสมาธิ อาจช่วยลดความวิตกกังวลและความกลัวได้บ้าง ในบางกรณี แพทย์อาจสั่งยาคลายเครียดหรือยาแก้ซึมเศร้าหากมีความวิตกกังวลหรือซึมเศร้าร่วมด้วย
แม้ว่าโรคกลัวความแก่จะไม่ใช่โรคที่พบได้บ่อย แต่ความวิตกกังวลเกี่ยวกับการแก่ชราเป็นสิ่งที่หลายคนเผชิญในระดับที่แตกต่างกัน การสร้างความเข้าใจและการยอมรับว่าการแก่เป็นกระบวนการทางธรรมชาติที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ รวมถึงการดูแลสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจให้ดี สามารถช่วยลดความกลัวและความกังวลเกี่ยวกับการแก่ได้
การยอมรับความเปลี่ยนแปลงที่มากับวัยชรา การใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในปัจจุบัน และการรักษาสุขภาพจิตให้แข็งแรงเป็นปัจจัยสำคัญในการจัดการกับโรคเจอราโฟเบียและความกลัวต่อการแก่
ผู้ให้การสนับสนุนโดย Hoiana