เศรษฐกิจของไทยในปี2564

ซึ่งเราคาดว่าในความเสี่ยงการเงินเฟ้อที่จะเร่งตัวขึ้นยังอยู่ที่บริหารจัดการได้เนื่องจากตลาดแรงงานในสหรัฐยังมีสแลปอยู่พอสมควรทำให้แรงกดดันต่อการเพิ่มขึ้นค่าแรงยังมีไม่มากนักดังนั้นจึงคาดว่าจะยังไม่ปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระยะสั่นแต่ก็มีโอกาสที่จะปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยในระยะกลางได้

นอกจากนี้เรามาดูที่เศรษฐกิจของประเทศไทยกันบ้างเราขอเริ่มที่การส่งออกโดยจากข้อมูลก็จะพบว่ามูลค่าของการส่งออกในไทยในช่วงหลังก็คือช่วงเดือน 2 เดือนระหว่าง ธ.ค. 63 ม.ค. 2564 ได้กลับมามีระดับเทียบเท่ากับในช่วงก่อนเกิดโควิด-19แล้วนับได้ว่าเป็นการฟื้นตัวที่เร็วเกินกว่าที่เคยคาดเอาไว้

และถ้ามองไปในอนาคตข้างหน้านี้แบบระยะสั้นๆการส่งออกก็น่าจะปรับตัวบวกขึ้นตามทิศทางของเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวจากการเร่งฉีดวัคซีนแล้วก็มาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ โดยเฉพาะสหรัฐตามที่ได้กล่าวไปก่อนหน้านี้เพราะฉะนั้นเลยทำให้eicมีการปรับคาดการมูลค่าการส่งออกของประเทศไทยในปี2564เป็น6.4%จากเดิมที่เคยคาดเอาไว้ที่4%

เพราะฉะนั้นแล้วอย่างไรก็ดีแม้ว่าการส่งออกจะมีแนวโน้มตัวได้ดีกว่าที่คาดแต่การท่องเที่ยวจากต่างชาติของไทยยังคงมีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวช้าโดยในปี2564เราคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวจากต่างชาติจะเดินทางเข้ามาในประเทศไทย3.7ล้านคนเพราะว่าในการเดินทางระหว่างประเทศจะฟื้นตัวได้อย่างชัดเจนก็ต่อเมื่อประเทศส่วนใหญ่มีภาวะการคุ้มกันหมู่แล้ว

ซึ่งก็จะทำให้ประเทศเหล่านั้นกล้าที่จะเปิดประเทศต่อนักเดินทางทั้งขาเข้าและขอออกได้อย่างเสรีมากขึ้นอย่างไรก็ตามกลุ่มของประเทศที่ได้พัฒนาแล้วที่มีโอกาสได้รับภาวะภูมิคุ้มกันหมู่ก่อนในช่วงไตรมาสที่2-3ของปีนี้ตามที่ได้กล่าวไปในช่วงก่อนหน้านี้มันกลับไม่ใช่กลุ่มนักท่องเที่ยวหลักของไทยยจึงทำให้การท่องเที่ยวของไทยยังมีแนวโน้มฟื้นตัวช้า

โดยคาดว่าน่าจะฟื้นตัวชัดเจนในช่วงไตรมาสที่4ของปีนี้เป็นต้นไปและเป็นช่วงที่ประเทศกำลังที่จะพัฒนาในเอเชียที่เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวหลังของเราจะทยอยมีภูมิคุ้มกันหมู่มากขึ้น

ดังนั้นแล้วเรามาดูที่น่าเศรษฐกิจในประเทศกันบ้างการระบาดในรอบใหม่ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาทำให้การฟื้นตัวของการใช้จ่ายและรายได้สดุดลงในระยะสั้น โดยจากการศึกษาข้อมูลที่ได้จากการระบาดรอบใหม่ได้มีผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยอย่างชัดเจนโดยเฉพาะในช่วงเดือนมกราคมแต่เรากลับพบว่ามีอัตตราลดลงจากช่วงเดียวกันในปีที่แล้วอยู่มาก เนื่องจากการดูแลและความเอาใจใส่ของคนในประเทศนั่นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    ทางเข้า ufabet มือ ถือ

ปัญหาคนไทยส่วนใหญ่ไม่มีเงินออม

           ปัญหาคนไทยส่วนใหญ่ไม่มีเงินออม  ประเทศไทยมีคนใช้แรงงานมากถึง 81.8 เปอร์เซ็นต์   และแรงงานไทยนั้นจะมีค่าแรงได้รับเป็นแบบรายวันซึ่งโดยปกติแล้วรายได้ต่อวันนั้นจะอยู่ที่ 200 กว่าบาทไม่เกิน 300 บาทเท่านั้น ซึ่งโดยปกติแล้วแรงงานเหล่านี้เมื่อได้รับเงินค่าแรงต่อวันก็มักจะเอาไว้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

ซึ่งอาจกล่าวได้ว่ารายได้ที่เขาได้รับต่อวันนั้นพอดีกับรายจ่ายที่เขาต้องใช้งานต่อวันทำให้กลุ่มแรงงานเหล่านี้เป็นกลุ่มแรงงานที่ไม่มีเงินเก็บซึ่งคิดเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วมีจำนวนสูงถึง 40.2 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว 

      อย่างไรก็ตามนอกจากรายงานเหล่านี้จะไม่มีเงินเก็บแล้วพวกเขายังมีการกู้หนี้ยืมสินมาใช้อีกด้วยซึ่งเรียกได้ว่าเป็นจำนวนสูงถึง 50 4.3% เดียวที่ไม่มีเงินเก็บและยังมีการกู้เงินมาใช้ซึ่งกลุ่มคนแรงงานเหล่านี้คือกลุ่มแรงงานที่ต้องการได้รับความช่วยเหลือจากทางรัฐบาลอย่างเร่งด่วนในปัจจุบันนี้นั่นเอง

         อย่างไรก็ตามเมื่อเรามีการดูเกี่ยวกับเรื่องของสัดส่วนจำนวนประชากรในประเทศไทยที่สามารถดูแลตนเองได้เพราะมีเงินออมเอาไว้ใช้จ่ายยามช่วงวิกฤตของระบาด covid -19 อยู่ในตอนนี้นั้นกลับพบว่ามีคนที่มีเงินออมหรือมีรายจ่ายและรายรับพอเพียงกับค่าใช้จ่ายโดยที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งเงินจากทางรัฐบาลเข้าช่วยเหลือนั้นมีเพียงแค่ 15.1 เปอร์เซ็นต์เพียงเท่านั้น         

          ทำให้ในขณะนี้ประเทศไทยนั้นมีลูกหนี้ที่เป็นหนี้ของธนาคารเยอะเป็นอย่างมากเลยทีเดียวและด้วยสถานการณ์ของการระบาดของไวรัสโควิช- ในตอนนี้ทำให้กลุ่มแรงงานที่ทำงานได้เงินแบบวันต่อวันนั้นหลายคนตอนนี้ไม่มีงานทำและที่สำคัญไม่มีเงินเก็บที่จะเอามาใช้จำเป็นต้องรอการช่วยเหลือจากรัฐบาลจากโครงการต่างๆที่ออกมาช่วยเหลือและแรงงานเหล่านี้ก็มีการคาดหวังจากทางรัฐบาลว่าจะเข้ามาช่วยเหลือด้วยการเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำให้ตามที่รัฐบาลเคยมีการหาเสียงเอาไว้ 

           สำหรับปัญหาที่คนไทยเกินกว่า 80% เป็นคนที่ไม่มีเงินออมนี้มันจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจและเศรษฐกิจของประเทศไทยเป็นอย่างมากเลยทีเดียวเพราะไม่มีเงินหมุนเวียนภายในประเทศคนไทยไม่มีเงินออกมาจับจ่ายซื้อของทำให้เศรษฐกิจไม่สามารถเดินหน้าได้ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่รัฐบาลจำเป็นต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วนรองลงมาจากการแก้ไขปัญหาการระบาดของไวรัสโควิตก็คือการหางานทำให้กับประชาชนที่กำลังตกงานอยู่ในตอนนี้เพื่อให้พวกเขานั้นสามารถมีรายได้และนำรายได้ในออกมาใช้จ่ายเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  gclub มือถือ ทดลองเล่น

จีนเตรียมส่งออกวัคซีนให้หลายประเทศ หลังอินเดียต้องเก็บวัคซีนให้ประชากรของตัวเอง

         จีนเตรียมส่งออกวัคซีนให้หลายประเทศ  และประเทศอินเดียกำลังเจอวิกฤติอย่างหนักทั้งวิกฤตการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ตอนนี้มียอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นในแต่ละวันนั้นวันละไม่ต่ำกว่า 3 แสนคนในขณะที่ผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19  ในประเทศอินเดียนั้นก็ไม่ต่ำกว่าหลักหมื่นเลยทีเดียวซึ่งในขณะนี้มีข่าวออกมาว่าอินเดียนั้นมียอดของผู้ติดเชื้อไวรัสโควิค-19 ที่เป็นยอดจริงๆนั้นมีมากกว่า 500 ล้านคนไปแล้ว 

           ด้วยปัญหาที่เกิดขึ้นนี้เองแม้ว่าทางสถานทูตอินเดียประจำประเทศต่างๆจะออกมาประสานงานกับต่างประเทศเพื่อทำการส่งออกวัคซีนที่ประเทศอินเดียได้มีการผลิตแต่ก็ไม่สามารถที่จะดำเนินการได้เนื่องจากว่าวัคซีนที่มีอยู่นั้นทางรัฐบาลของประเทศอินเดียเองจำเป็นที่จะต้องนำวัคซีนออกมาฉีดให้กับประชาชนของตนเองจึงเป็นโอกาสดีของประเทศจีนที่จะสามารถมีลูกค้าในการซื้อวัคซีนจากประเทศจีนไปใช้งานนั่นเอง 

        ตอนนี้ประเทศหลายประเทศที่อยู่ติดกับประเทศอินเดียเริ่มมองหาวัคซีนเข้าสู่ประเทศของตนเองแล้วเพราะอินเดียไม่สามารถส่งออกวัคซีนให้ได้แล้วซึ่งหลายประเทศนั้นได้มองไปที่ประเทศจีนเป็นหลัก โดยนายหวังอี้รัฐมนตรีการต่างประเทศของจีนได้มีการประชุมแบบ Video Conference กับผู้นำของประเทศอัฟกานิสถาน , ประเทศ บังคลาเทศ  

และ ประเทศเนปาลได้มีการเสนอเกี่ยวกับเรื่องของการส่งวัคซีนของประเทศจีนออกไปจำหน่ายให้โดยทางประเทศจีนยืนยันว่าวัคซีนที่จะมีการส่งไปให้นั้นจะมีการส่งไปให้เรื่อยๆและไม่มีการหยุดชะงักอย่างที่อินเดียทำอย่างแน่นอน           

           นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีของจีนยังได้มีการส่งหนังสือไปยังนายกรัฐมนตรีของประเทศอินเดียด้วยว่าหากรัฐมนตรีของประเทศอินเดียต้องการที่จะรับวัคซีนจากประเทศจีนทางจีนเองก็ยินดีที่จะส่งวัคซีนไปช่วยเหลือเช่นเดียวกัน  สำนักข่าวบูมเบิร์ก มีการวิเคราะห์ออกมาว่าการที่รัฐบาลของประเทศจีนออกมานำเสนอวัคซีนของประเทศตนเอง

ในครั้งนี้นั้นน่าจะเป็นการ โจมตีทางการทูตของประเทศอินเดีย ที่ต้องการส่งเสริมความสัมพันธ์ในภูมิภาค และต่อต้านอิทธิพลทางการเมืองและทางเศรษฐกิจของจีนซึ่งก่อนหน้านี้ประเทศอินเดียคือหนึ่งในประเทศที่มีการต่อต้านสินค้าของประเทศจีนโดยร่วมมือกันกับประเทศสหรัฐอเมริกานั่นเอง 

             สำหรับวัคซีนในประเทศอินเดียที่มีการใช้กันอยู่นั้นและมีการนำออกไปแจกจ่ายประเทศอื่นๆนั้นเป็นวัคซีนของบริษัท astrazeneca   ซึ่งวัคซีนนี้เป็นของสัญชาติอังกฤษแต่ไปผลิตที่สถาบันเซรุ่มของประเทศอินเดียแทน     

        สำหรับในตอนนี้น้ำประเทศอินเดียคือประเทศที่มีการผลิตวัคซีนหรือเรียกว่าเป็นแหล่งผลิตวัคซีนที่ใหญ่ที่สุดของโลกเลยก็ว่าได้เพราะวัคซีนที่นำออกมาจำหน่ายให้ทั่วโลกอยู่ในขณะนี้ 60% นั้นมาจากสถาบันผลิตวัคซีนของประเทศอินเดียทั้งสิ้นแต่ในขณะนี้นั้นประเทศอินเดียกำลังเข้าขั้นวิกฤตในเรื่องของผู้ที่ติดเชื้อไวรัสโควิตเยอะทำให้วัคซีนของประเทศอินเดียนั้นมีการระงับส่งออกไปจำหน่ายให้ทั่วโลกเป็นการชั่วคราวนั้นเอง 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  บาคาร่า w88

อาชีพขายเสื้อผ้าก๊อปแบรนด์เนม 

        อาชีพขายเสื้อผ้าก๊อปแบรนด์เนม   เสื้อผ้าคือปัจจัยหลักที่คนจำเป็นต้องใช้และเสื้อผ้าเป็นสิ่งที่ถึงแม้จะไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีหลายตัวหรือเปลี่ยนบ่อยแต่สำหรับคุณสาวๆแล้วมันคือเครื่องประดับชนิดหนึ่งที่จำเป็นที่จะต้องมีเยอะๆเพื่อสำหรับเสริมบุคลิกของตนเองให้โดดเด่นและมีความสวยงามดังนั้นจะเห็นได้ว่ากลุ่มคนที่ซื้อเสื้อผ้าเยอะและซื้อบ่อยมากที่สุดก็คือกลุ่มคนวัยทำงานรวมถึงกลุ่มวัยรุ่นนั่นเอง

      อย่างไรก็ตามวันนี้เราจะมาพูดถึงอาชีพที่น่าสนใจที่สามารถสร้างรายได้โดยสามารถใช้เป็นรายได้เสริมหรือเป็นรายได้หลักเลยก็ได้โดยอาชีพที่แนะนำนั้นก็คืออาชีพขายเสื้อผ้าแต่ไม่ใช่เป็นขายเสื้อผ้าธรรมดาทั่วไปเพราะจะมีเหล่าบรรดาพ่อค้านำเสื้อผ้ามาขายเยอะอยู่แล้วดังนั้นอาชีพขายเสื้อผ้าที่จะแนะนำในครั้งนี้ก็คือการขายเสื้อผ้าก๊อปสินค้าแบรนด์เนม 

       สำหรับเสื้อผ้าแบรนด์เนมนั้นจะมีราคาค่อนข้างสูงซึ่งแน่นอนว่าจะต้องเป็นคนมีเงินหรือเป็นเหล่าบรรดาดาราและไฮโซเท่านั้นถึงจะสามารถมีเงินพอที่จะซื้อเสื้อผ้าบ่อยๆได้แต่อย่างไรก็ตามอย่าลืมว่าบรรดาสาวๆทั้งหลายหรือบรรดาพนักงานออฟฟิศเองก็อยากจะมีโอกาสได้ใส่เสื้อผ้าแบรนด์เนมเนื่องจากมีความสวยงามดังนั้นเมื่อพวกเขาไม่มีเงินเดือนเยอะมากพอที่จะสามารถซื้อแบรนด์เนมของจริงจึงจะมีลูกค้ากลุ่มหนึ่งที่จะซื้อเสื้อผ้าแบรนด์เนมก็อปมาใส่และนี่คือฐานลูกค้าของเราที่จะสามารถสร้างรายได้ให้เรา

        สำหรับการขายสินค้าแบรนด์เนมก๊อปนั้นหากต้องการให้มีกำไรเราสามารถที่จะไปดูเสื้อผ้าแบรนด์เนมที่ออกใหม่หลังจากนั้นคุณสามารถที่จะถ่ายรูปเสื้อผ้าชุดดังกล่าวลงในเพจขายเสื้อผ้าของคุณซึ่งคุณอาจจะขายผ่านทาง facebook หรือ Instagram หรือจะเปิดเป็นเว็บไซต์ของร้านคุณเองเลยก็ได้เมื่อถ่ายรูปแล้วคุณสามารถรับออเดอร์จากลูกค้าว่าใครจะซื้อเสื้อผ้าแบรนด์เนมก็อปของคุณบ้างมีการตั้งราคาเอาไว้อย่างชัดเจน

         เมื่อลูกค้ามีออเดอร์สั่งมาเพียงพอเป็นจำนวนมากแล้วคุณก็สามารถที่จะนำแบบเสื้อผ้าแบรนด์เนมไปติดต่อร้านตัดเสื้อให้ทำการตัดชุดออกมาตามออเดอร์ที่คุณรับมาเพียงเท่านี้คุณก็สามารถขายเสื้อผ้าแบรนด์เนมได้โดยที่คุณไม่ขาดทุนนั่นเองเพราะถ้าเกิดว่าเมื่อคุณมีการถ่ายรูปไปโพสแล้วไม่มีลูกค้าคนไหนสนใจซื้อชุดนี้คุณก็ไม่ต้องสั่งผลิตออกมาขายหรือถ้าเกิดว่ามีคนสั่งไว้มากเกินไปคุณก็ไม่ต้องผลิตออกมาขายเพราะฉะนั้นเมื่อเราไม่ได้มีการผลิตก่อนแล้วขายทีหลังเราก็จะไม่ขาดทุนอย่างแน่นอนค่ะ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  gclub

คุณใช้อะไรเป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจ ว่าเป็นคนรวย 

เราเชื่อว่าทุกคนจะต้องอยากรวยกันทั้งนั้น เกณฑ์ในการตัดสินใจ จะเห็นได้ว่าบางคนตั้งความหวังเอาไว้และสามารถทำได้ แต่ในขณะเดียวกันบางคนตั้งไว้แต่ก็ยังทำไม่ได้สักที ถ้าหากคุณอยากทราบวิธี ที่ต้องการเปลี่ยนจากความจนเป็นความรวย ต้องการทราบว่าต้องทำอย่างไร 

ถ้าหากคุณอยากทราบวิธีทำอย่างไรให้รวย คุณจะต้องทราบแผนสำหรับในการทำให้ตัวเองรวยขึ้นมาเสียก่อน โดยเนื้อหานี้จะเป็นการบ่งบอก ขั้นตอนต่างๆที่คุณต้องการ โดยคุณจะต้องคิดตามข้อต่อไปนี้ 

  • คุณใช้อะไรเป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจ ว่าเป็นคนรวย 

ถ้าหากคุณนั้นใช้เกณฑ์ในการตัดสินของประเทศอเมริกา คุณจะร่ำรวยก็ต่อเมื่อคุณได้ขึ้นชื่อว่าเป็นมิลเลี่ยนแม นั่นก็คือคุณจะต้องมีทรัพย์สินรวมกันทั้งหมดก็คือ1ล้านเหรียญดอลล่าสหรัฐ หรือที่คิดเป็นเงินไทยก็ราวๆ 30 ล้านบาทนั่นเอง ถ้าหากว่าคุณมีมากเพียงเท่านี้และบริหารได้ดีถือว่าคุณรวยเป็นเศรษฐีเงินล้าน

โดยมีการพูดกันว่าถ้าหากว่าเรานั้นได้ใช้เกณฑ์ของสังคมไทยโดยมองจากฐานะความร่ำรวยแล้วล่ะก็ จะเริ่มต้นวัดกัน ด้วยการที่มีทรัพย์สินรวมกัน 10 ล้านบาทขึ้นไปนั่นเอง แต่ถ้าหากว่าใครก็ตามที่มีการลงทุน ซึ่งมองโดยรวมแล้วเงินสดแล้วปรากฏว่ามีเกิน 10 ล้านบาท คุณจะสามารถได้รับเกียจจากสังคมว่าเป็นคนรวยได้เลย 

ต้องไม่ลืมนะว่าคนไทยของเรานั้นโดยจำนวนที่มากก็ยังไม่มีเงินออม ซึ่งแม้แต่เงินเล็กๆน้อยๆด้วย แต่หากว่าเรานั้นได้นำหลักของคนที่ชอบวางแผนทั้งหลาย ท่านก็จะสามารถที่จะมีการร่ำรวยขึ้นมาได้ก็ต่อเมื่อท่านนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องลงมือเพื่อทำงานด้วยตนเองตลอดระยะเวลา ยกตัวอย่างเช่น เงินที่ได้จากการปันผลของเราเอง

หรือการได้ดอกเบี้ยที่มากกว่าการใช้จ่าย ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหากว่าคุณนั้นใช้เงินเดือน เดือนละประมาณ 2 หมื่นบาท โดยถ้าหากว่าท่านนั้นมีรายได้จากการลงทุนให้เช่าบ้าน การเล่นหุ้นต่างๆหรือกองทุนรวมประเภทต่างๆ ธุรกิจต่างๆและการลงทุนในรูปแบบต่างๆ โดยรวมแล้วคุณได้ 2หมื่น 2 พันบามต่อเดือน หากเป็นเช่นนี้คือบ่งบอกว่าท่านนั้นอยู่ในจำพวกคนรวย

แต่ว่าถ้าใช้เกณฑ์ของคนอื่นทั่วไป ซึ่งเป้นเกณฑ์ที่ค่อนข้างคิดง่ายกว่าเกณฑ์ที่เราได้กว่ามาก็คือในหนึ่งเดือนนั้นถ้าหากว่าคุณมีรายได้มากกว่ารายจ่าย 3 เท่า แบบนี้แหละที่คุณจะสามารถมั่นใจได้ว่าตนเองรวยได้แล้ว อย่างเช่นมีรายจ่ายเดือนละ 1หมื่น 2 พันบาทแต่ว่าดันมีรายได้เข้ามาเดือนละ 3 หมื่น 6 พันบาทนั่นก็เท่ากับว่าคุณจะมีเงินเก็บเหลือเดือนละ 2หมื่น4พันบาทเลย โดยมองอย่างไรก็คนรวยชัดๆ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    ufabet ฝากเงิน ออโต้

แลนด์มาร์กเชียงใหม่ ร้าน Iberry Garden ของโน้ส อุดม ปิดกิจการแล้ว

        ร้าน Iberry Garden ของโน้ส อุดม ปิดกิจการแล้ว   หากใครที่เคยไปเที่ยวที่จังหวัดเชียใหม่ ย่อมจะต้องแวะไปเช็คอินที่แลนด์มาร์ก ที่โด่งดังของเชียงใหม่ ซึ่งแลนด์มาร์กที่เรากำลังพูดถึงกันนี้ก็คือ ร้าน Iberry Garden ซึ่งเป็นร้านไอศกรีม โดยร้านนี้มีเจ้าของร้านเป็น โน้ส อุดม แต้พานิช 

          นักท่องเที่ยวที่มาที่ร้าน  Iberry Gardenจะเพลิดเพลินทั้งไอศกรีมที่รสชาติหวานอร่อยและยังมีอาหารให้ทานอีกด้วยที่สำคัญที่ร้านของโน๊ตอุดมแต้พานิชนี้ได้มีการจัดสวนเอาไว้อย่างสวยงามมีมุมหลายมุมเอาไว้ให้นักท่องเที่ยวได้พักผ่อนหย่อนใจและถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกแสดงว่าที่นี่เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวที่เชียงใหม่ต้องแวะมานั่งเล่นก่อนกลับบ้านกันเลยทีเดียว 

          อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 8 เดือนมิถุนายนพ.ศ 2554 ที่ผ่านมานี้เอง Facebook ของโน๊ตอุดมแต้พานิชก็ได้ออกมาประกาศว่าร้านIberry Garden  ของเขานั้นจำเป็นที่จะต้องยุติกิจการซึ่งเขาเองก็ไม่ต้องการที่จะมีการปิดร้านดังกล่าวแต่เนื่องจากสถานการณ์ของการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ผ่านมานั้นทำให้ทางร้านต้องเจอวิกฤตอย่างหนักโดยโน้ตอุดมแต้พานิชได้เล่าถึงความรู้สึกของเขานับตั้งแต่มีการเปิดร้านนี้ขึ้นมาเขามีความผูกพันกับร้านนี้เป็นอย่างมาก

         ร้าน Iberry Garden ของโน้ส อุดม ปิดกิจการแล้ว และแน่นอนว่าเขาก็มีความผูกพันกับจังหวัดเชียงใหม่อย่างมากเช่นเดียวกันทำให้เขาตัดสินใจย้ายจากกรุงเทพฯมาอาศัยอยู่ที่เชียงใหม่แห่งนี้แล้วก็ได้ตัดสินใจที่จะมีการเปิดร้านไอศกรีมเพื่อเป็นแหล่งทำมาหากินที่เขาอยู่ที่เชียงใหม่แต่อย่างไรก็ตามในที่สุดเขาก็ต้องตัดสินใจที่จะยุติการขายของที่ร้านIberry Garden  

         เพราะว่ามีการระบาดของเชื้อโรคซึ่งเขามองว่าถ้าโลกนี้ไม่มีเชื้อโรคแล้วร้านของเขาก็ยังต้องคงอยู่ได้อย่างแน่นอนปัจจุบันร้านIberry Garden  ประกาศปิดอย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อยแล้วเนื่องจากเวลาร้านIberry Garden ส่วนใหญ่นั้นคนที่จะมานั่งกินอาหารหรือมานั่งทานไอศกรีมนั้นจะเป็นชาวต่างชาติซึ่งมีคนไทยเพียงแค่ 15 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่เหลือนั้นเป็นชาวต่างชาติถึง 80% 

          ดังนั้นปัจจุบันนี้เมื่อนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติไม่สามารถเข้ามาเที่ยวในเมืองไทยได้ร้านของเขานั้นจึงค่อนข้างหลังผู้คนเลยทีเดียวทั้งนี้เนื่องจากว่าร้านประสบกับปัญหาวิกฤตอย่างหนักจึงจำเป็นที่จะต้องปิดและเชื่อว่าในอนาคตอาจจะสามารถกลับมาเปิดกิจการได้

         อย่างไรก็ตามสำหรับร้านไอศครีมของอุดมแต้พานิชนี้มีการเปิดมานานถึง 2 ปีแล้วแต่ร้านไม่ได้เปิดตลอดเวลาเพราะบางครั้งร้านก็มีการปิดกิจการเนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจหลังจากที่เศรษฐกิจดีขึ้นก็ทำการเปิดกิจการใหม่  ทางด้านโน๊ตอุดมเล่าว่าถึงแม้ว่าร้านจะมีการปิดชั่วคราวแต่ก็ยังคงมีการจ่ายเงินเดือนให้กับพนักงานแต่จนถึงขนาดนี้ไม่สามารถที่จะแบกรับภาระเอาไว้ได้แล้วจึงจำเป็นที่จะต้องแยกย้ายกันไปและร้านนี้เหลือไว้เพียงแค่ความทรงจำอย่างเดียวเท่านั้น

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ufabet ฝาก-ถอน ออโต้

เกล็คความรู้ได้การหาธุรกิจ

สำหรับสิ่งที่คนรวยซื้อแต่คนจนไม่ซื้อคนรวยกับคนจนจะใช้เงินต่างกัน “คนรวยจะซื้อทรัพย์สินคนจนจะมีแต่รายจ่ายคนชนชั้นกลางซื้อหนี้สินแต่เข้าใจว่าคือทรัพย์สิน” เกล็คความรู้ได้การหาธุรกิจ

ซึ่งทรัพย์สินอะไรที่คนรวยอยากซื้อ ทรัพย์สินที่หนึ่งที่คนรวยชอบซื้อเลยก็คือ ธุรกิจ คนรวยเขาชอบทำธุรกิจและชอบซื้อธุรกิจเพราะธุรกิจเป็นเครื่องทุ่นเงินธุรกิจเป็นเครื่องทุ่นแรงธุรกิจเป็นเครื่องทุ่นเวลาคุณเคยสังเกตหรือไม่ทำไมเจ้าสัวหลายคนพยายามที่จะเข้าไปซื้อทั้งสตาร์บัคพยายามที่จะไปซื้อบริษัทปทระกันMK

นอกจากจะมีร้านMKเป็นของตัวเองแล้วยังเข้าไปซื้อร้านอาหารอื่นๆอีกเพียงจะทำให้มัยครบวงจรเพราะธุรกิจเหล่านี้มันคือเครื่องทุ่นแรงทำให้เราได้เงินเร็วขึ้นแล้วก็เหนื่อยน้อยลง

สำหรับสิ่งที่คนรวยซื้อและคนจนไม่ซื้อก็คือ ของสะสม และของอีกอย่างที่คนรวยซื้อแต่คนจนไม่ซื้อนั่นก็คือของ สะสมที่มีมูลค่าเพิ่มและสิ่งที่คนรวยซื้อแต่คนจนไม่ซื้ออย่างต่อไปนั่นก็คือ อสังหาริมทรัพย์ คนรวยมักจะพักเงินหรือมักจะวางเงินเอาไว้กับ อสังหาริมทรัพย์

เพราะเนื่องจากอสังหาริมทรัพย์มันจะทำให้คุณได้กำไรถึงสองเด้งเด้งแรกเลยมูลค่ามันสูงขึ้นและอะไรก็ตามที่มันมีความจำกัดอย่างที่ดินมันมีความจำกัดมีแค่นี้มันสามารถที่จะงอกเงยขึ้นมาได้จึงมีราคาสูงขึ้น

ส่วนลำดับที่สองที่สามารถได้มาอีกเด้งหนึ่งก็คือได้จากค่าเช่าหลายคนก็จะชอบซื้อคอมโดให้คนเช่าชอบซื้อบ้านให้คนเช่าหรือชอบซื้อบ้านแล้วปล่อยให้คนเช่าแบบbnbแบบนี้มันก็สามารถที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มขึ้นได้

โดยเฉพาะธนาคารตอนนี้คุณทำธุรกิจแล้วอยากจะขอกู้ธนาคารและธนาคารชอบอะไรธนาคารชอบอสังหาริมทรัพย์คุณสามารถที่จะใช้อสังหาริมทรัพย์เพื่อค้ำประกันเงินกู้ธนาคารได้ดังนั้นที่คนรวยซื้อแต่คนจนไม่ซื้อก็คืออสังหาริมทรัพย์

นอกจากนี้แล้วสิ่งของที่คนรวยชอบซื้อแต่คนจนไม่ซื้อก็คือทรัพย์สินทางปัญญาอย่าเรามีการเรียนทางออนไลน์นั่นมันก็หมายความว่าทรัพย์สินทางปัญญาเป็นลิขสิทธิ์ของบุคคลอีกทั้งมีการ์ตูนมากมายก็เป็นลิขสิทธิ์ทางภูมิปัญญาของเขาอย่างบริษัทโค้กเองก็มีแบนของคำว่าโคโคล่าโค้กมีมูลค่าแบนมหาสารมากกว่าทรัพย์สินทั้งหมดของโค้กที่มีด้วยซ้ำไปดังนั้นสิ่งที่คนรวยซื้อแต่คนจนไม่ซื้อนั่นก็คือทรัพย์สินทางปัญญา

เนื่องจากนี้สิ่งที่คนรวยซื้อแต่คนจนไม่ซื้อนั่นก็คือ หุ้น ในตลาดหลักทรัพย์เมื่อคุณซื้อแล้วคุณจะมีโอกาศที่จะทำเงินได้ทั้งสองทางหนึ่งเลยเมื่อราคาหุ้นมันสูงขึ้นเมื่อคุณขายคุณก็ได้ราคาและก็ได้กำไรแต่ถ้าคุณยังถือเอาไว้และธุรกิจนั้นมีกำไรคุณก็จะได้เงินปันผล

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.    ufabet เว็บแม่

รอดูสถานการณ์การเคลื่อนไหวทางด้านการส่งออกระหว่างประเทศออสเตรเลียกับประเทศจีน

           เมื่อวันที่ 6 เดือนพฤศจิกายนพ.ศ 2563   เดือนพฤศจิกายนปีพศ2563 ได้ รอดูสถานการณ์การเคลื่อนไหว มีสำนักข่าวรายงานเกี่ยวกับสถานการณ์การค้าระหว่างประเทศซึ่งเป็นปัญหาระหว่างประเทศออสเตรเลียกับประเทศจีนเนื่องจากว่าในขณะนี้ประเทศจีนได้มีการสั่งไม่รับสินค้าที่ส่งเข้ามาจากประเทศออสเตรเลียได้สินค้าที่ตอนไหนถูกระงับการนำเข้านั้นมีทั้งหมด 7 อย่างด้วยกันได้แก่  ไวน์   ทองแดง  บาร์เลย์     น้ำตาล  ถ่านหิน ไม้ และล็อบสเตอร์  ซึ่งสินค้าทั้ง 7 หมวดนี้เป็นสินค้าที่ทางออสเตรเลียเคยส่งให้ประเทศจีนมาโดยตลอดมีการค้าขายกันสร้างรายได้ให้กับเศรษฐกิจทั้งด้านของจีนมาอย่างยาวนาน  

          สำหรับปัญหาที่ทั้งสองประเทศนั้นมีปัญหากันอยู่ไม่ได้มีการระบุออกมาชัดเจนว่ามีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องอะไรแต่เบื้องต้นนั้นก็มีผลมาจากเรื่องของเจ้าหน้าที่ศุลกากรได้มีการตรวจพบสินค้าที่นำเข้านั้นไม่ได้มาตรฐานซึ่งในขณะนี้สินค้าของทางร้านไม่สามารถที่จะนำเข้าไปในประเทศจีนได้และประเทศออสเตรเลียเองก็มีการระงับสินค้าบางตัวที่ไม่ส่งไปขายให้กับประเทศจีนเช่นเดียวกันโดยอยู่ในหมวดหมู่ของ 7 หมวดที่มีการระบุไว้เบื้องต้นนั้น  

         อย่างไรก็ตามคงต้องรอดูกันว่าสถานการณ์ระหว่างประเทศออสเตรเลียกับประเทศจีนนั้นจะสามารถคลี่คลายไปได้หรือไม่เพราะมันจะมีผลเกี่ยวกับเรื่องของปัญหาเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศอย่างมากเลยทีเดียวถ้าหากยังคงมีการระงับการส่งออกกันอยู่ในแบบนี้  

          ในส่วนมุมมองของคนนอกมองว่าทั้งสองประเทศนั้นน่าจะมีปัญหากันตั้งแต่ช่วงที่เริ่มมีการระบาดของไวรัสโคโรน่าเนื่องจากว่ามีข้อมูลปรากฏออกมาว่าประเทศออสเตรเลียนั้นเคยได้มีการเรียกร้องไห้หรอกนานาชาติเข้าไปในประเทศจีนเพื่อทำการตรวจสอบที่มาของการเกิดโรคไวรัสโคโรน่าโดยทางประเทศออสเตรเลียมีความเชื่อมั่นมากว่าไวรัสโคโรน่านั้นหลุดมาจากประเทศจีนดังนั้นจึงต้องการให้นานาชาติเข้าไปดูแลในเรื่องนี้ซึ่งสิ่งนี้เองส่งผลให้ทางการจีนนั้นรู้สึกไม่พอใจเพราะมีความรู้สึกว่าประเทศของตนเองนั้นถูกคุกคามจากประเทศออสเตรเลียทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของทั้งสองประเทศนั้นมีผลกระทบนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาแล้วก็เริ่มมีการแบรนด์สินค้ากันเกิดขึ้นมีการตรวจสอบเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรอย่างเข้มงวดมากขึ้นจนถึงขณะนี้ก็มีการระงับการนำเข้าสินค้ากันหลายรายการเลยทีเดียว

              สำหรับเรื่องของปัญหาการตรวจสอบสถานะของประเทศจีนว่ามีความเกี่ยวข้องกับการระบาดของไวรัสโคโรน่าหรือไม่นั้นไม่ใช่เพียงแค่ประเทศออสเตรเลียประเทศเดียวแต่ยังมีประเทศมหาอำนาจอีกหลายประเทศที่มีความสงสัยประเทศจีนอย่างเช่นประเทศอเมริกาซึ่งในขณะนี้จีนและอเมริกาก็มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของการที่ให้นักลงทุนเข้าไปลงทุนในประเทศของตนเองเนื่องจากว่ามีความสงสัยเกี่ยวกับเรื่องของปัญหาไวรัสที่มีการแพร่ระบาดไปทั่วโลกอยู่ในขณะนี้นั้นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  บาคาร่า sa

สิ่งที่น่ากลัวของ ดอกเบี้ยทบต้น

ผ่านการมานานพอสมควรกับวิกฤตเศรษฐกิจ  ดอกเบี้ยทบต้น  ที่พังลงจากผลกระทบการแพร่ระบาดของไข้โควิด19 ที่ตอนนี้ในปัจจุบันสถานการณ์ทั่วโลกก็ยังคงไม่ดีขึ้นเท่าไหร่ เกือบเป็นเวลาจะหนึ่งปีแล้วที่โลกของเราต้องเผชิญกับภาวะสถานการณ์แบบนี้ ธุรกิจเล็กใหญ่ล้มหายตายจาก และหลายคนต้องเริ่มต้นกับชีวิตกันใหม่

แต่บางคนชีวิตก็ติดลบไปเลยก็มี ซึ่งเป็นกันหมดทั่วโลก ส่วนในประเทศไทยนั้นหากจะว่ากันไปจริงๆแล้ว ก่อนหน้าที่จะเกิดวิกฤตโรคระบาดของไข้โควิด19 นั้น เศรษฐกิจไทยก็ไม่ได้ดีเท่าไหร่อยู่แล้ว แต่เมื่อไข้ระบาดโควิด19 มาทำให้เศรษฐกิจไทยที่อยู่ในขั้นป่วยไม่สบาย มาเปลี่ยนเป็นขั้นโคม่ามากกว่า ถึงแม้ว่าในช่วงแรกๆนั้น รัฐบาลไทย

ดอกเบี้ยทบต้น จะออกมาช่วยเหลือและให้มีมาตรการต่างๆ ในการผ่อนปรนและเยียวยาผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากผลกระทบครั้งนี้ แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าแปลกว่าความช่วยเหลือในครั้งนี้ ไม่ได้รับกันทั้งประเทศ บางคนเจอสถานการณ์หนักแต่ไม่ได้รับการช่วยเหลืออะไรเลย ติดต่อธนาคารก็ไม่ได้รับความช่วยเหลือ เงินจากรัฐบาลไทยก็ไม่ได้รับ

แต่บางคนเป็นมนุษย์เงินเดือน เดือดร้อนน้อยกว่าแต่กลับได้รับ ก็ไม่รู้ว่าเกณฑ์หรือกติกานำอะไรมาวัด ยิ่งหลังตุลาคมนี้ รัฐบาลไทยก็ได้ออกมาเปรยแล้วว่า ต่อไปนี้ให้เจ้าหนี้ที่เป็นธนาคาร คุยกับลูกหนี้ผู้ประกอบการหรือลูกหนี้บุคคลเอง ซึ่งเชื่อว่าคงจะกลายเป็นประเด็นร้อนที่จะต้องมีการตามหนี้สินกับคนทั่วไปเหลือเกิน และยิ่งไปกว่านั้น

คำว่าดอกเบี้ยทบต้น คงกลับมาหลอกหลอนลูกหนี้กันแน่นอน เพราะพลังของดอกเบี้ยทบต้นมันน่ากลัวยิ่งนัก หากใครเป็นนักลงทุนและรู้ว่าพลังทวีของดอกเบี้ยทบต้นในสถานะที่เราเป็นนักลงทุนมันหอมหวานชวนชมแค่ไหน แต่เมื่อใดที่เราเปลี่ยนสถานะกลายเป็นลูกหนี้นั้น คำว่าดอกเบี้ยทบต้นมันก็น่ากลัวยิ่งนัก

เพราะจากหนี้ที่เคยมีอยู่หนึ่งก้อน มันก็จะงอกเงยวิ่งปรู๊ดอย่างรวดเร็ว เพราะดอกเบี้ยมันสูงถึง 18% -25% ต่อปี นั่นคือสิ่งที่ทำร้ายลูกหนี้จนไม่รอดมานับรายหลายแล้ว ซึ่งการเป็นหนี้ไม่ใช่เรื่องผิด แต่อยากให้เป็นทางเลือกสุดท้ายหลังจากที่เราได้ลองทำทุกอย่างแล้ว ไม่ว่าจะลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น ปรับโครงสร้างในการใช้หนี้

และหาทางเพิ่มรายได้ให้กับตัวเอง ทุกสิ่งล้วนต้องทำให้หมดเพื่อทางรอด แต่เมื่อถึงที่สุดแล้วยังไม่ต่อไม่ได้ ก็ปล่อยมันแล้วหาทางเจรจากับเจ้าหนี้เพื่อประนอมหนี้และหาทางออกร่วมกัน เรื่องราวจะได้บานปลายและไม่เลยเถิดไปกันมากกว่านี้ เพราะเชื่อว่าทุกอย่างถ้าหาทางออก มันก็จะมีทางออกไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

 

สนับสนุนโดย.    ufabet บาคาร่าออนไลน์

ทางเลือกการบินไทย ท่ามกลางสายการบินโลกที่ล้มละลาย

ทางเลือกการบินไทย จากภาวะเศรษฐกิจล่มสลายของโลกที่เป็นผลพวงมาจากการแพร่ระบาดของไข้ไวรัสโควิด ที่ทำให้ธุรกิจหลายประเภทมาถึงทางตัน ซึ่งธุรกิจสายการบินก็เป็นหนึ่งในนั้น และหนึ่งในนั้นที่มีปัญหามากที่สุดก็คือสายการบินไทยที่มีหนี้สินมากเสียจนไม่สามารถชำระหนี้ได้ และเพื่อหาวิธีการที่จะทำให้หลุดพ้นจากหนี้นั้นก็คือ การเข้าขอยื่นล้มละลาย เพื่อเริ่มต้นนับหนึ่งกันใหม่

หรือบางสายการบินที่เคยเป็นเช่นนี้ก็อาจจะยอมล้มหายตายจากกันไปเลย และสายการบินไทยนั้น ได้เผชิญภาวะการขาดทุนมานานแล้วถึงแปดปี อยู่ในแผนฟื้นฟูกิจการมาเกือบถึงห้าปี แต่ยังไม่สามารถผ่าตัดองค์กรแห่งนี้ให้สำเร็จได้จริง จนเมื่อมาเกิดภาวะโควิด19 จนต้องทำให้หยุดให้บริการ และยังไม่มีสัญญาณว่าจะกลับมาให้บริการได้เต็มรูปแบบตั้งแต่เมื่อไร

ทางเลือกการบินไทย ด้วยฐานะทางการเงินบวกกับภาวะในอุตสาหกรรมการบิน อาจจะเรียกได้ว่า การบินไทย ได้เข้าสู่ภาวะล้มละลายทางเทคนิคไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ที่ยังดำรงสถานะไม่ต้องเข้ายื่นขอล้มละลายนั้น มีเพียงปัจจัยเดียวคือ เป็นสายการบินแห่งชาติในรูปแบบรัฐวิสาหกิจที่รัฐถือหุ้นมากกว่า 50% เท่านั้น ปัจจุบันหลังสิ้นปี 2562 นั้น

ด้วยรายได้ 1.88 แสนล้านบาท ขาดทุน 12,042 ล้านบาท ทำให้ขาดทุนสะสม 19,383 ล้านบาทและมีหนี้สินรวม 2.44 ล้านบาท ซึ่งเป็นหนี้ที่ต้องชำระภายใน 1 ปี จำนวน 21,730 ล้านบาท หากแต่บริษัทมีกระแสดเงินสดในมือแค่ 21,663 ล้านบาท ส่งผลให้เมื่อไม่มีรายได้เข้ามาจึงประสบปัญหาสภาพคล่องจนต้องร้องขอความช่วยเหลือจากผู้ถือหุ้นใหญ่ด้วยการค้ำประกันเงินกู้ล็อตแรกเป็นจำนวนเงิน 50,000 ล้านบาท

ดังนั้นเมื่อมีการประเมินเม็ดเงินกู้ดังกล่าว อาจจะช่วยหล่อเลี้ยงให้ดำเนินธุรกิจต่อไปได้อีกสัก 3-4 เดือน เนื่องจากการบินไทยมีรายได้จ่ายคงทีประมาณ 13,000 ล้านบาทต่อเดือน แต่มีหนี้ที่ต้องชำระ 240,000 ล้านบาท ยังไม่นับรวมแผนการจะซื้อฝูงบินเพิ่มเติมก่อนหน้านี้ แล้วต้องพับแผนออกไป ด้วยกรณีนี้เอง

การบินไทยจึงประสบปัญหาขาดทุนขาดสภาพคล่อง ซึ่งเป็นเรื่องที่อุตสาหกรรมการบินกำลังเผชิญไม่แตกต่างกัน แต่อยู่ที่การแก้ไขปัญหาที่จะยอมอุ้มจนนำไปสู่การล้มลายเต็มรูปแบบหรือยอมเปลี่ยนแปลงวันนี้เพื่อให้ฟื้นได้ในวันหน้า ซึงก่อนหน้านั้นในโลกก็มีสายการบินที่ยอมประกาศยื่นล้มละลายจากวิกฤตโควิดแล้วถึงสองสายการบิน ประกอบไปด้วยสายการบินอาเวียงกา กับสายการบินเวอร์จิ้น ออสเตรเลีย ซึ่งทั้งสองสายการบินถือว่าเป็นสายการบินที่ใหญ่ของโลกเลยทีเดียว

 

 

สนับสนุนโดย.  ทางเข้า ยูฟ่าเบท มือถือ